อักษรจีนไม่ได้เป็นเพียงขีดเขียนที่ไร้ความหมาย แต่ทุกตัวอักษรล้วนมี “รากเหง้า” และ “ที่มา” จากภาพวาดในสมัยโบราณ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกอักษรจีน 4 ตัวที่ดูเผินๆ อาจจะต่างกัน แต่ความจริงแล้วพวกมันมีส่วนประกอบพื้นฐานร่วมกันนั่นคือตัว “已” (Yǐ) ซึ่งมีลักษณะคล้ายเด็กทารกที่เพิ่งคลอดออกมา
1. 已 (Yǐ): สิ่งที่เกิดขึ้นและจบลงแล้ว
ตัวอักษร 已 ในสมัยโบราณสื่อถึงเด็กทารกที่คลอดออกมาเรียบร้อยแล้ว เมื่อเด็กคลอดออกมานั่นหมายถึงกระบวนการสิ้นสุดลง ความหมายของมันจึงสื่อถึง "อดีต" หรือ "สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว"
คำศัพท์ที่ใช้บ่อย: เช่น 已经 (Yǐjīng) แปลว่า "เรียบร้อยแล้ว" ใช้บอกเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว
เกร็ดน่ารู้: ในสำนวน 不已 (Bùyǐ) เช่น 悲痛不已 (Bēitòng bùyǐ) หมายถึง ความเสียใจที่ไม่จบสิ้น หรือความเสียใจอย่างยิ่งนั่นเอง [
]01:07
2. 起 (Qǐ): การเริ่มต้นและการลุกขึ้น
เมื่อนำตัว 已 (เด็กทารก) มาผสมกับตัว 走 (Zǒu) ที่แปลว่าเดิน จะกลายเป็นคำว่า 起 สื่อถึงเด็กที่เริ่มตั้งไข่และหัดเดิน ความหมายจึงครอบคลุมทั้งการเปลี่ยนท่าทางและการเริ่มต้นสิ่งใหม่
การเปลี่ยนท่าทาง: เช่น 起床 (Qǐchuáng) ลุกจากที่นอน หรือ 站起 (Zhàn qǐ) ลุกขึ้นยืน [
]02:13 การเริ่มต้น: เช่น 起火 (Qǐhuǒ) ไฟเริ่มไหม้, 起诉 (Qǐsù) เริ่มฟ้องร้องคดี [
]03:01 คำเสริมกริยา: ใช้ตามหลังคำกริยาเพื่อบอกว่ากิจกรรมนั้นเริ่มขึ้นแล้ว เช่น 响起 (Xiǎngqǐ) เริ่มส่งเสียงดังขึ้น [
]03:32
3. 改 (Gǎi): การตีเพื่อการเปลี่ยนแปลง
อักษร 改 ประกอบด้วยตัว 已 (เด็ก) และสัญลักษณ์ของ “มือที่ถือไม้เรียว” จินตภาพนี้สื่อถึงการทำโทษเด็กเพื่อให้เกิดการปรับปรุงตัว ความหมายของมันจึงแปลว่า “การแก้ไข” หรือ “การเปลี่ยนแปลง”
คำศัพท์ที่ใช้บ่อย: เช่น 改正 (Gǎizhèng) แก้ไขให้ถูกต้อง หรือ 改变 (Gǎibiàn) การเปลี่ยนแปลง [
]04:31
4. 妃 (Fēi): จากพระชายาอ๋องสู่สนมเอก
ปิดท้ายด้วยคำที่คอซีรีส์จีนคุ้นเคย คือคำว่า 妃 ประกอบด้วยตัว 女 (ผู้หญิง) และ 已 (เด็ก) ความหมายดั้งเดิมคือ "ผู้หญิงที่มีลูกแล้ว"
ลำดับศักดิ์ในประวัติศาสตร์: ในสมัยก่อน 妃 คือตำแหน่งภรรยาเอกของเหล่า "อ๋อง" (Qin Wang) หรือ "รัชทายาท" (Taizi) เช่นตำแหน่ง 太子妃 (Tàizǐ fēi) [
]05:14 ความหมายในวังหลวง: สำหรับฮ่องเต้ เนื่องจากภรรยาเอกคือ "ฮองเฮา" ตำแหน่ง 妃 จึงกลายเป็นตำแหน่งภรรยารอง หรือสนมระดับสูงที่เราคุ้นหูในชื่อ "พระสนมเฟย" นั่นเอง [
]05:46
การเข้าใจรากเหง้าของอักษรจีนไม่เพียงแต่ช่วยให้เราจำคำศัพท์ได้แม่นยำขึ้น แต่ยังทำให้เราเห็นภาพสะท้อนทางวัฒนธรรมและวิธีคิดของคนจีนในสมัยโบราณได้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย
ขอบคุณเนื้อหาจากช่อง Chin Talk
ลิงก์วิดีโอ: https://www.youtube.com/watch?v=JPGz-S_SOnE
0 ความคิดเห็น